<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Bassroom School &#187; stu hamm</title>
	<atom:link href="http://www.bassroom2008.com/tag/stu-hamm/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.bassroom2008.com</link>
	<description>all about bass</description>
	<lastBuildDate>Fri, 11 Jun 2010 18:59:08 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>Stu HammStu</title>
		<link>http://www.bassroom2008.com/2010/04/stu-hammstu/</link>
		<comments>http://www.bassroom2008.com/2010/04/stu-hammstu/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2010 16:00:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[biography]]></category>
		<category><![CDATA[bassist]]></category>
		<category><![CDATA[stu hamm]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.bassroom2008.com/?p=20</guid>
		<description><![CDATA[Stu Hamm
http://www.stuarthamm.net/เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมือเบสอันดับต้นๆของโลก หนึ่งในสมาชิกวง B3 เขาเคยร่วมงานมาแล้วกับมือกีต้าHero ชั้นนำ อาทิเช่น Steve Vai, Joe Satriani และ Eric Johnsonข้อมูลส่วนตัวStu Hamm เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี 1960 เติบโตใน Indiana เขาเติบโตในครอบครัวนักดนตรี (พ่อของเขาเป็นนักศึกษาดนตรีและเขียนหนังสือ textbooks เกี่ยวกับดนตรี แม่ของเขาเป็นนักร้องโอเปร่าและครู ส่วนพี่ของเขาสอนเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิคอินเดียทางเหนือหลังจากย้ายที่ใหม่ไปยัง Virginia สมัยวัยรุ่น
เขาเล่นเบสเริ่มศึกษาสไตล์การเล่นของวง fusion อย่าง Return to Forever, the Mahavishnu Orchestra และดนตรี prog อย่าง Yes และเล่นในวงดนตรี jazz ของโรงเรียนเมื่อเขาอายุได้ 18 ก็สมัครเข้าเรียน Berklee College of Music ที่ Boston ระหว่างนี้เองเขาแวดล้อมไปด้วยนักดนตรีที่มีชื่อต่างๆมากมายเช่น Vai, [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Stu Hamm</strong></p>
<p><a href="http://www.stuarthamm.net/">http://www.stuarthamm.net/</a>เขาได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในมือเบสอันดับต้นๆของโลก หนึ่งในสมาชิกวง B3 เขาเคยร่วมงานมาแล้วกับมือกีต้าHero ชั้นนำ อาทิเช่น Steve Vai, Joe Satriani และ Eric Johnsonข้อมูลส่วนตัวStu Hamm เกิดเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี 1960 เติบโตใน Indiana เขาเติบโตในครอบครัวนักดนตรี (พ่อของเขาเป็นนักศึกษาดนตรีและเขียนหนังสือ textbooks เกี่ยวกับดนตรี แม่ของเขาเป็นนักร้องโอเปร่าและครู ส่วนพี่ของเขาสอนเกี่ยวกับดนตรีคลาสสิคอินเดียทางเหนือหลังจากย้ายที่ใหม่ไปยัง Virginia สมัยวัยรุ่น</p>
<p><span id="more-20"></span>เขาเล่นเบสเริ่มศึกษาสไตล์การเล่นของวง fusion อย่าง Return to Forever, the Mahavishnu Orchestra และดนตรี prog อย่าง Yes และเล่นในวงดนตรี jazz ของโรงเรียนเมื่อเขาอายุได้ 18 ก็สมัครเข้าเรียน Berklee College of Music ที่ Boston ระหว่างนี้เองเขาแวดล้อมไปด้วยนักดนตรีที่มีชื่อต่างๆมากมายเช่น Vai, Steve Smith, Randy Coven, Victor Bailey, Jeff Berlin เป็นต้น Hamm และ Vai มีความสัมพันธ์ที่ดีจนกลายเป็นมือเบสของ Vai (ในช่วงเวลานั้น Vai เล่นกับ Frank Zappa และเป็น David Lee Roth ในเวลาต่อมา)</p>
<p>ต่อมาจึงไปยัง California ต้นปี 80 ซึ่งร่วมบันทึกเสียงในอัลบั้ม Flex Ableเส้นทางดนตรีของ Stu HammStu Hamm ได้พบกับ Joe Satriani และบันทึกเสียงในอัลบั้ม Not of This Earth ปี 1986 อัลบั้ม Surfing with the Alien ปี1987 และยังออกทัวร์กับ Joe อีกด้วย และร่วมเล่นในอัลบั้มต่อมาคือ Dreaming #11 ปี 1988 และ Flying in a Blue Dream ปี 1989 ในระหว่างนี้เองทักษะการเล่นเบสของเขาเป็นที่น่าจดจำของคนในหมู่ผู้ชมกีตาร์ทั้วโลก นอกจากนั้นก็ออกโซโล่อัลบั้ม Radio Free Albemuth ปี 1988 อัลบั้ม Kings of Sleep ปี 1989 ที่มีเพลงดังอย่าง Black Ice เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ก็ว่าได้ มาพร้อมกับกับเบสยี่ห้อ Kubicki X Factor ที่สามารถ Drop สาย E เป็นเสียงโน๊ต D ได้</p>
<p>ซึ่งสมัยผมหนุ่มๆยัง งง  ตอนแกะเพลง Black Ice ว่าเขาเล่นอย่างไงกับ Riff intro เพลงนั้นและ อัลบั้ม The Urge ปี 1991 (Hamm ยังร่วมบันทึกเสียงอีกครั้งกับ Vai ในอัลบั้ม Passion and Warfare ปี 1990)ก็เหมือนกับเหล่ามือกีตาร์ส่วนใหญ่ในระยะเวลานี้ มียี่ห้อเครื่องดนตรีชื่อ Kubicki X Factor เป็นเจ้าภาพคับHamm นอกจากความสำเร็จและการให้เกียรติทั้งหลาย ในช่วงยุค 90 เขาก็พบกับวง heavy trioนามว่า GHS (ประกอบไปด้วย Frank Gambale, Hamm และ Steve Smith)</p>
<p>และออกอัลบั้ม Show Me What You Can Do ปี1998 Light Beyond ปี 2000 และ GHS 3 ปี 2002 นอกจากนั้น Hamm ยังหาเวลาออกโซโล่อัลบั้ม Outbound ในปี 2000 และออกทัวร์และร่วมบันทึกเสียงกับเพื่อนเก่าอย่าง Satriani (G3: Live in Concert ปี 1997, Crystal Planet ปี 1998 และ Live in San Francisco ปี 2001)เท่านั้นยังไม่พอ(จะเอาไปถึงไหน  ) Hamm ยังได้รับเชิญให้ร่วมบันทึกเสียงกับ Richie Kotzen, Adrian Legg, Michael Schenker, Steve Fister, James Murphy เป็นต้น และมีส่วนร่วมในอัลบั้ม tribute ต่างๆเช่น Peter Green (Peter Green Songbook) , Queen (Stone Cold Crazy) , Ozzy Osbourne (Bat Head Soup) , Rush (Working Man) , Aerosmith (Not the Same Old Song and Dance) และ Alice Cooper (Humanary Stew)</p>
<p>ผลงานของ Stu Hammเขาได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย เช่น Berklee College of Music Distinguished Alumni Award Guitar Player Readers Poll Award for Best Jazz Bass Player ติดต่อกัน 3 ปี (1990-1992)Best Rock Bass Player ติดต่อกัน 2 ปี (1991-1992)ผลงานที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุด&#8230;Steve Vai&#8217;sFlex-Able (1984) and Passion and Wartare (1990)Joe Satriani&#8217;sFlying in a Blue Dream (1989), Time Machine (1993).Crystal Planet (1998) and Live in San Francisco (2001),and G3 Live (1997) as part of Satriani&#8217;s band.ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น Stu Hamm เป็นมือเบสได้รับการนับถือมากมาย เป็นที่รู้จักในงานบันทึกเสียงและงานแสดงสดกับศิลปินมากมายเช่นเดียวกับสไตล์การเล่นชั้นเซียนของเขา</p>
<p>ผลงานที่เด่นชัดที่สุดก็คงเป็น Joe Satriani ที่ทักษะการเล่นของเขาประจักษ์ทั้ง San Francisco และทั่วประเทศ ปัจจุบันเขาก่อตั้งวงของเขาเองเล่นแนว rock-fusionปัจจุบัน บริษัท Fender guitar ผลิตเบสไฟฟ้าที่ออกแบบและอนุมัติโดย Hamm เรียกว่า &#8220;Urge&#8221; ส่วนเทคนิคการ Slapping, popping และ two-handed tapping มีให้เห็นได้ในวิดีโอสอนของเขา Slap, Pop &amp; Tap for the Bass และ Deeper inside the Bassผลงานล่าสุดออกอัลบั้มร่วมกับBilly Sheehan, Jeff Berlin ในนาม B3 โดยได้มาเปิดคอมเสิร์ตให้แฟนชาวไทยได้ชื่นชมเมื่อปีที่แล้ว</p>
<p>ปัจจุบันออก CD ของตัวเองชื่อ Live Stu x 2 และเขาได้นำผลงานเพลงมาจำหน่ายในการมาเปิด ClinicStu Hamm เคยมาเมืองไทยหลายครั้งผมก็ไม่พลาดทุกครั้งที่แก มาเมืองไทยเรื่องกล่าวขานที่มาของเสียงโห่อ้อ! หลายคนเคยดู clip VDO stu hamm เล่นให้กับ Vai ใช่มั๊ยและเคยได้ยิน เรื่องที่มีว่าเสียงคล้ายว่าโห่มั๊ย บ้างคนก็บอกโห่ไล่ หรือเปล่า แต่ที่จริงแล้วเสียงนั้นมาจาก Steve Vai ปรบมือในไมล์และร้องโห่ว่า Stuuuuuuu การโห่ร้องจึงติดปากมาตั้งแต่บัดนั้น Joe Satriani กล่าวว่าในการแสดงที่ San Francisco พวกเขาโห่ว่า Stu เพราะพวกเขารัก Stuart Hamm</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.bassroom2008.com/2010/04/stu-hammstu/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>101</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

